เทคนิคการบริหารงานที่ได้ทั้งงาน ได้ทั้งใจคน – องค์ความรู้ ศพช.นครนายก

Posted By ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

ชื่อเจ้าของความรู้ นางประภา  ปานนิตยกุล  ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก

องค์ความรู้ที่บ่งชี้    หมวดที่ ๘ เทคนิคการเสริมสร้างองค์กรให้มีสมรรถนะสูง

ที่มาและความสำคัญในการจัดทำองค์ความรู้

การบริหารงานในฐานะหัวหน้าหน่วย จำเป็นต้องมีหลักการบริหาร มีหลักในการครองตน ครองคน ครองงาน เพื่อสร้างสรรค์งานให้บรรลุผลสำเร็จตามตัวชี้วัดขององค์กร การครองงาน และครองใจคนทำงาน ให้ทำงานด้วยใจ มีความสุขในการทำงาน รู้สึกว่าที่ทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเป็นเรื่องที่ท้าทายนักบริหารเก่งๆมามากต่อมาก ความจริงแล้ว นอกจากครอบครัวที่เป็นที่รักยิ่งของคนทำงานแล้ว สถานที่ทำงานยังเปรียบเสมือนอีกครอบครัวหนึ่งของคนทำงานด้วย เป็นที่ๆทุกคนต้องร่วมมือกันทำให้ครอบครัวนี้มีความสุข โดยเฉพาะบทบาทของผู้บริหารที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ต้องสร้างบรรยากาศ สร้างกิจกรรมเสริมร่วมกัน เพื่อให้ทุกคนสนุกกับการทำงาน ไม่รู้สึกเครียดจนต้องลาพักร้อนเพื่อรักษา เยียวยาจิตใจจากความเหน็ดเหนื่อยในการทำงาน คนทำงานส่วนใหญ่จะบ่นว่าเหนื่อยงาน ไม่เท่าไร แต่เหนื่อยใจกับผู้บังคับบัญชา กับเพื่อนร่วมงานนี้หนักมากกว่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว เราจะเหนื่อยใจกันไปทำไม เรามาช่วยกันสร้างครอบครัว หรือองค์กรของเราให้น่าอยู่ สมาชิกมีความรู้สึกเป็นเครือญาติกัน และทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญขององค์กรที่ต้องร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจ สู้กับงานที่ยาก งานที่ท้าทาย ก้าวผ่านปัญหา อุปสรรคไปพร้อมๆกัน

ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดการความรู้จากประสบการณ์ในการเป็นผู้บริหารของหน่วยงานมากว่า ๑๐ ปี ตั้งแต่หัวหน้าหน่วยงานระดับอำเภอ หัวหน้ากลุ่มงาน ผู้อำนวยการวิทยาลัยการพัฒนาชุมชน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชน มาร้อยเรียง และสกัดเป็นเทคนิคในการบริหารงานที่ได้ทั้งงาน ได้ทั้งใจคนขึ้นมา เพื่อให้นักบริหารน้องใหม่ที่เริ่มต้นเข้ามาในเส้นทางนี้ ได้นำความรู้นี้ไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ปัญหาที่พบและแนวทางการแก้ไขปัญหา

ปัญหาที่พบในการทำงานระหว่างหัวหน้างานและทีมงาน มักจะได้ยินคำกล่าวที่ว่า ลูกน้องนินทานาย ทำไปสักแต่ว่าได้ทำ ทำไปวันๆ ทำให้แต่ไม่ทุ่มเท ทำไปบ่นไป หงุดหงิดไป นายไม่รับฟัง นายมุ่งแต่งาน ไม่สนใจรับฟังความทุกข์ของลูกน้อง  กำลังจะอ้าปากพูด นายก็พูดก่อน พูดไม่ทันนาย นายสั่งทุกอย่างตามใจก่อนแล้ว นั้นก็ทำไปตามยถากรรม นี่แค่ปัญหาระหว่างลูกน้องกับหัวหน้า ไหนจะปัญหาของเพื่อนร่วมงานด้วยกันอีก สิ่งที่เกิดขึ้นคือ นายหรือผู้บังคับบัญชาก็ไม่มีความสุข ลูกน้อง ทีมงานก็ไม่มีความสุข นั่งรอว่าเมื่อไรจะได้ย้ายหนีจากกัน และขออย่าได้มาเจอะเจอกันอีกเลย บรรยากาศในที่ทำงานก็ขุ่นมัว ไม่อยากให้ถึงเช้าวันจันทร์ที่ต้องมาพบกับเพื่อนร่วมงาน มาพบกับหัวหน้างาน

เชื่อเหลือเกินว่าคนทำงานทั้งที่เคยเป็นหัวหน้า และเป็นลูกน้องต้องเคยพบเจอมาแล้วทั้งสิ้น แล้ววันหนึ่งเมื่อต้องมาเป็นหัวหน้าหรือผู้บริหารงานในหน่วยงานเลยมาทบทวนและสรุปบทเรียนสไตล์การบริหารงานของ

อดีตผู้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชาในปัจจุบัน มาผนวกกับบทเรียนของตนเองที่เคยเป็นทั้งหัวหน้า และลูกน้อง เพื่อมาบริหารงานให้ได้ทั้งงาน ได้ทั้งใจคน จึงเสนอแนวทางการแก้ปัญหา

ประโยชน์ขององค์ความรู้

เพื่อเสริมสร้างขีดสมรรถนะขององค์กร ด้วยการบริหารงาน บริหารบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อสร้างความสุขในองค์กร สร้างกัลยาณมิตร สร้างมิตรภาพจากการทำงาน

เทคนิคในการปฏิบัติงาน

   ๑) การสร้างวิสัยทัศน์ร่วม   เป็นหนึ่งในการนำทิศทางการทำงานของบุคลากร โดยการให้ทุกคนในองค์กรได้เห็นภาพสุดท้ายที่อยากเห็นตรงกัน เป็นการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน และสื่อสารภายใน เช่น การจัดประชุม ระดมสมอง การนิเทศ ติดตามงานในพื้นที่ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรรู้ถึงวิสัยทัศน์ เป้าหมายการทำงานในเรื่อง OTOP ที่ชัดเจน ทำให้ทุกคนรู้นโยบาย ทิศทางขององค์กร รู้เป้าหมายการทำงาน(บทบาทหน้าที่) รู้วัตถุประสงค์ของงาน

    ๒) การบริหารจัดการในบทบาทผู้นำหน่วยงาน  ใช้ภาวะผู้นำในการนำวิสัยทัศน์ร่วมสู่การปฏิบัติ
ที่ชัดเจน โดยใช้แผนยุทธศาสตร์ขององค์กร ขับเคลื่อนด้วยวิธีคิด วิธีทำงานที่แตกต่างจากงานประจำ โดยเริ่มจากทำความเข้าใจกับงานแบบเดิม กำหนดสิ่งใหม่ที่จะปรับปรุง และพัฒนาให้เป็นรูปธรรม สู่การปฏิบัติร่วมกัน ซึ่งจำเป็นมากในขั้นตอนนี้ เพราะแผนฯ เป็นเครื่องมือสำคัญของผู้บริหาร ช่วยในกระบวนการตัดสินใจ ทำให้ดำเนินงานไปอย่างถูกทิศทาง มีทางเลือกที่เหมาะสม สามารถเร่งรัดและปรับเปลี่ยนได้ ทำให้ทุกคนรู้วิธีปฏิบัติ

ของงาน มีแผนการปฏิบัติงาน และแผนการควบคุมงานของผู้บริหาร  ในกลยุทธ์ข้อนี้ให้ความสำคัญมากหากมีการจัดทำแผนฯโดยการมีส่วนร่วมทางความคิดในการขับเคลื่อนงาน จะนำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา หรือจุดอ่อนในอดีต และหาทางออกใหม่ที่ดีกว่าเดิม ทำให้เห็นรายละเอียดของวิธีการ ความคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking) และภาวะผู้นำด้านการตัดสินใจของทีมงานที่ร่วมคิด ร่วมวางแผน

๓) การบริหารภารกิจ และนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ  โดยต้องเริ่มที่ตัวเองในฐานะผู้นำองค์กร จะต้องสื่อสารและถ่ายทอดค่าเป้าหมายไปยังบุคลากรทุกคน ทุกตำแหน่ง และให้ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบต่อ
กลยุทธ์ โดยใช้บทบาทของพัฒนาการจังหวัดในการบูรณาการงาน คน และงบประมาณให้เป็นไปในทางเดียวกันอย่างมีพลัง นำหลักธรรมาภิบาลโดยเฉพาะหลักความรับผิดชอบ การเอาใจใส่กับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ การเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง กล้าที่จะยอมรับในสิ่งที่ตัดสินใจดำเนินการไม่ว่าจะได้รับผลเช่นไร จัดกระบวนการทำงานให้ง่าย เป็นระบบ

๔) บริหารเชิงกลยุทธ์ โดยการออกแบบ Platformการทำงานแบบใหม่ที่เชื่อมโยงผู้รับบริการ
ผู้ให้บริการ(ภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน) มาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกัน เติมส่วนที่ขาด ทำให้ประชาชน (ลูกค้า) มีความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น ทุกฝ่าย win –win ทำงานน้อยลง แต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น  บริหารจัดการเวลาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ บริบทที่เป็นจริงของการดำเนินงาน เร่งรัด จัดลำดับความสำคัญของงาน งานด่วน งานสำคัญ วานเชิงรุก เชิงรับให้เหมาะสมสอดคล้องกับห้วงเวลา บริหารเป้าหมายการทำงานให้เหมาะสม โดยกำหนดตัวชี้วัดในทุกกระบวนงานตั้งแต่ ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง คำนึงถึงผลผลิต ผลลัพธ์ของกิจกรรม/โครงการต่างๆ ที่จะส่งผลเอื้อต่อความสำเร็จของกันและกัน

  ๕) การบริหารงานแบบบูรณาการ (Integration) และสร้างเครือข่ายในการทำงาน (Network) เชื่อมโยงงบ คน  งาน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม (Participation) ในการทำงานและประสานความร่วมมือในรูปแบบเพื่อนช่วยเพื่อน พี่สอนน้อง ระบบพี่เลี้ยงอย่างจริงจัง มีการจัดทำตัวชี้วัดความสำเร็จของงานร่วมกัน ร่วมกันติดตามและประเมินความสำเร็จในทุกระยะ

๖) การสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ต้องเริ่มจากตนเองด้วยเช่นกัน จากนั้นกำหนดสิ่งที่สร้างแรงจูงใจการทำงานแก่ทีมงาน รวมถึงบุคลากรทุกคนในองค์กร เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนงาน การทุ่มเท อุทิศตนเพื่อการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ ซึ่งแรงจูงใจที่มีพลังที่สุดคือแรงจูงใจที่เกิดจากภายในของแต่ละคนนั่นเอง  ในองค์กรให้จัดทำบอร์ดแสดงผลงานที่ภาคภูมิใจในแต่ละเดือน  รางวัลคนขยันประจำเดือน  รางวัลคนรักสุขภาพ รางวัลคนทำ (ธรรม) ดี   ฯลฯ

๗) การสร้างบรรยากาศที่สร้างสรรค์ในองค์กร ให้ทุกคนชีวิตการทำงานและครอบครัว มีโอกาสได้รับการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ ยกย่องคนเก่ง คนดีมีคุณธรรม สร้างสังคมคน พช.ยุคใหม่ ที่มีคุณภาพ ทันสมัย และมีธรรมมาภิบาล สร้างวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมองค์กรที่สร้างสรรค์ กิจกรรมที่ควรดำเนินการ เช่น surprise วันเกิด รับประทานอาหารโดยให้ทุกคนหิ้วปิ่นโตมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันเดือนละ ๑-๒ ครั้ง กิจกรรมให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ ห่วงใยสุขภาพของทีมงาน  จัดกิจกรรมออกกำลังกายร่วมกันสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง  กิจกรรมสร้างบุญ กุศล ไปวัด ฟังธรรมในวันพระ ฯลฯ

ติดตามความเคลื่อนไหว ร่วมทั้งแสดงความคิดเห็น ติชมแนะนำเพิ่มเติมได้ที่...
เว็บไซต์ : http://training-nakhonnayok.cdd.go.th
เฟสบุ๊ค : www.facebook.com/cddnakhonnayok
เฟสบุ๊คแฟนเพจ : www.facebook.com/CDLC.Nakhonnayok
ยูทูป : https://www.youtube.com/user/CDLCNY
"ยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มใจให้บริการ ด้วยผลงานคุณภาพ"

(Visited 1 times, 1 visits today)